ป้าย shelf talker มีกี่ประเภท เลือกอย่างไรให้เหมาะกับสินค้า

เคยสังเกตไหมเวลาเดินซูเปอร์มาร์เก็ต ท่ามกลางสินค้าเป็นพัน ๆ ชิ้น ทำไมสายตาถึงชอบหลุดโฟกัสไปมองป้ายเล็ก ๆ ที่ยื่นออกมาจากชั้นวาง เจ้าป้ายพวกนี้แหละคือ Shelf Talker อาวุธลับที่แบรนด์ดังใช้แย่งชิงลูกค้ากันดุเดือดมาก เพราะมันทำหน้าที่เหมือน “พนักงานขาย” ที่คอยกวักมือเรียกในวินาทีสุดท้ายก่อนตัดสินใจซื้อ

แต่สำหรับเจ้าของแบรนด์มือใหม่ พอจะสั่งทำบ้างก็มักจะยืนงงในดงป้าย เพราะมันมีให้เลือกเยอะเหลือเกิน ทั้งแบบกระดาษ แบบพลาสติก แบบเรียบ หรือแบบเด้งดึ๋ง เลือกผิดชีวิตเปลี่ยนนะ วันนี้เลยจะมาสรุปให้ฟังง่าย ๆ ว่าแบบไหนคือตัวจริงที่สินค้าควรใช้

1. จะ นิ่ง หรือจะ เด้ง เลือกให้ตรงจริตสินค้า ป้ายหน้าชั้นวางหลัก ๆ มี 2 ทรง แบบแรกคือ แบบแปะติดราง (ธรรมดา) อันนี้จะดูนิ่ง ๆ สุขุม เหมาะกับสินค้าที่ต้องการให้อ่านข้อมูลชัด ๆ เช่น ส่วนผสม หรือวิธีใช้ ดูน่าเชื่อถือ ส่วนแบบที่สองคือ Wobbler หรือ ป้ายเด้ง อันนี้จะมีก้านสปริงติดมาด้วย เวลาลมพัดหรือคนเดินผ่านมันจะขยับไปมา เรียกร้องความสนใจเก่งมาก เหมาะกับสินค้าใหม่ หรือโปรแรง ๆ ที่ต้องการตะโกนบอกลูกค้าว่า มองฉันสิ ซึ่งถ้าใครอยากรู้เทคนิคว่าสินค้าของคุณเหมาะกับป้ายทรงไหนมากกว่ากัน อ่านเพิ่มเติมที่นี่

2. วัสดุ… เรื่องเล็กที่ทำ พัง กันมาเยอะ อันนี้เตือนเลย หลายคนอยากประหยัดงบ เลยเลือกใช้กระดาษธรรมดาไปติดในตู้แช่เย็น ผลคือผ่านไป 2 วัน ป้ายเปื่อยยุ่ย ราขึ้น ดูสกปรกจนลูกค้าไม่กล้าหยิบสินค้า ถ้าสินค้าต้องเจอความชื้น หรือกะจะติดยาว ๆ เป็นเดือน ยอมจ่ายเพิ่มอีกนิดใช้พลาสติก PVC หรือ PP เถอะ ทนทาน กันน้ำ เช็ดล้างได้ แบรนด์ดูแพงขึ้นทันที แต่ถ้าเป็นโปรฯ สั้น ๆ แค่ 7 วัน จะใช้กระดาษอาร์ตมันสวย ๆ ก็ไม่ผิดกติกา ใครที่อยากรู้สเปควัสดุแบบเจาะลึกเพื่อคุยกับโรงพิมพ์ให้รู้เรื่อง อ่านเพิ่มเติมที่นี่

สรุปง่าย ๆ การเลือก Shelf Talker ไม่มีสูตรตายตัว อยู่ที่ ระยะเวลา และ สถานที่ เป็นหลัก เลือกให้ถูกประเภท วัสดุถูกใจ รับรองว่าป้ายใบเล็ก ๆ นี้จะช่วยดันยอดขายจนน่าตกใจเลยล่ะ

 

ส่วนใครที่มองหาโรงพิมพ์ที่เชี่ยวชาญ งานเนี๊ยบ สีสดตรงปก แนะนำ Europrinting เลยครับ เจ้านี้ประสบการณ์กว่า 25 ปี หายห่วงเรื่องคุณภาพได้เลย!

ติดต่อ Euro Printing

Facebook: Euro printing

Instagram: Euro.printing

Line: @Europrinting

Call: 065-359-3959